รวมข่าวและบทความให้อ่านจากเว็บหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ เพื่อการศึกษาค้นคว้าวิจัย ที่นี่ Boybdream

วัฒนธรรมการเมืองประชาธิปไตย โดย ศ.ดร.ลิขิต ธีรเวคิน
[บทความ] [20 สิงหาคม 2551 17:38 น.] รวมข่าวและบทความให้อ่านเพื่อการศึกษาค้นคว้าวิจัย ได้ที่นี่ Boybdream Webdesign

   
 
 
ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย ไม่สามารถจะพัฒนาได้ด้วยการร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อจัดโครงสร้าง และกระบวนการทางการเมืองแต่เพียงอย่างเดียว ที่สำคัญจำเป็นจะต้องมีพื้นฐานที่มั่นคง นั่นคือ การมีวัฒนธรรมการเมืองแบบประชาธิปไตย ถ้าสังคมนั้นประชาชนส่วนใหญ่โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้นำการเมืองมีลักษณะที่เป็นเผด็จการอันเนื่องมาจากวัฒนธรรมสังคม รวมตลอดทั้งบุคลิกภาพของคนในสังคมนั้น ย่อมยากที่จะพัฒนาระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย วัฒนธรรมการเมืองแบบประชาธิปไตยคือ การมีทัศนคติที่เชื่อในความเสมอภาคของมนุษย์ มีศรัทธาในมนุษย์ว่าสามารถที่จะใช้เหตุใช้ผลในการชี้แจงข้อสงสัย และความขัดแย้งต่างๆ เชื่อในสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน อดทนอดกลั้นต่อความคิดเห็นที่แตกต่าง มีจิตใจที่เป็นนักกีฬา การยอมเสียสละส่วนตน เพื่อผลประโยชน์ส่วนรวม การเคารพในหลักนิติธรรม โดยมีแนวโน้มที่จะร่างกฎหมาย และอ่านกฎหมาย เพื่อผลประโยชน์ต่อส่วนรวม ด้วยการยึดถือหลักการเป็นใหญ่ ไม่ใช่เล็งผลปฏิบัติ และมีลักษณะพร้อมที่จะตะแบงแบบศรีธนญชัย
       
       ทั้งหลายทั้งปวงดังกล่าวเป็นเสมือนฐานรากของระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย และนั่นคือวัฒนธรรมการเมืองแบบประชาธิปไตย ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะแผ่ขยายไปอย่างกว้างขวางในหมู่ประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่ผู้นำทางการเมืองจนพัฒนาเป็นจิตวิญญาณประชาธิปไตย หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือค่านิยม และปทัสถานที่เป็นประชาธิปไตย
       
       คำถามคือ ทำอย่างไรจึงจะมีการพัฒนาวัฒนธรรมแบบประชาธิปไตยขึ้นได้ในสังคม คำตอบของนักรัฐศาสตร์ก็คือจะต้องมีการกล่อมเกลาเรียนรู้ (socialization) ให้มีวัฒนธรรมการเมืองแบบประชาธิปไตยดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น กระบวนการดังกล่าวนี้เรียกว่ากระบวนการกล่อมเกลาเรียนรู้ทางการเมือง (political socialization) ซึ่งจะมีขั้นตอน และกระบวนการทั้งในแง่การสร้างค่านิยมแบบนามธรรมในลักษณะหลักการหรือปรัชญา รวมตลอดทั้งการปฏิบัติที่อยู่ในสังคม เริ่มต้นตั้งแต่ระดับครอบครัว จากนั้นก็โรงเรียน องค์กรศาสนา องค์กรสังคม และสังคมโดยรวม
       
       กระบวนการกล่อมเกลาเรียนรู้ทางการเมือง (political socialization) โดยทั่วไปจะมี 3 ขั้นตอน คือ
       
       1) แนวสัมผัสการเรียนรู้ (cognitive orientations) คือ ต้องรู้ว่าหลักการ กระบวนการ รวมทั้งสิ่งที่ปรากฏเป็นวัตถุเกี่ยวโยงในทางการเมืองอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาตมันทางการเมืองของตนเอง (political self) ตัวอย่างเช่น หลักการปกครองที่เป็นประชาธิปไตยแตกต่างจากเผด็จการอย่างไร นี่คือการเรียนรู้ว่าระบบการเมืองมีลักษณะอย่างไร แต่จริงๆ แล้วต้องเริ่มตั้งแต่การเรียนรู้ว่าสังคมหรือประเทศที่ตนอาศัยอยู่นั้นมีฐานะอย่างไร กล่าวคือ เป็นรัฐเอกราช เป็นเมืองขึ้น เป็นประเทศที่เป็นมหาอำนาจ หรือเป็นประเทศที่กำลังพัฒนา เป็นต้น นอกเหนือจากนั้นอาตมันทางการเมืองคือ ตนเป็นคนไทยหรือคนต่างชาติ มีสิทธิหรือมีความจำกัดในสิทธิมากน้อยเพียงใด สรุปคือ ต้องรู้ว่าตนเป็นใครทางการเมือง และทางวัตถุนั้นเช่นสัญลักษณ์ต่างๆ ตั้งแต่รูปร่างของประเทศทางภูมิศาสตร์ ธงชาติ บุคคลสำคัญ ซึ่งเป็นประมุข วัฒนธรรม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ ทั้งหลายทั้งปวงดังกล่าวนี้คือแนวสัมผัสการเรียนรู้ในทางการเมือง
       
       2. แนวสัมผัสความผูกพันทางอารมณ์ (affective orientations) ได้แก่การถูกกล่อมเกลาสั่งสอนในครอบครัว ในโรงเรียน ในสถาบันศาสนา ในองค์กรสังคม และในสังคมโดยรวม ให้รับหรือปฏิเสธอันได้แก่ให้ชอบหรือไม่ชอบ เช่น มีความรักชาติ ยกย่องเชิดชูชาติของตน ไม่ชอบให้คนมาดูถูกประเทศ ดูหมิ่นวัฒนธรรมของตน มีความภูมิใจในประวัติความเป็นมาของแผ่นดินของตน ของบรรพบุรุษ หรือกล่าวนัยหนึ่ง มีความผูกพันต่อเอกลักษณ์ที่ตนเป็นสมาชิกคนหนึ่งของสังคมการเมืองนั้นๆ นอกจากนี้ยังมีการสร้างความผูกพันทางอารมณ์ในแง่ชอบการมีสิทธิเสรีภาพ ไม่ชอบการถูกกดขี่ รักความยุติธรรม ไม่ชอบความอคติ ฯลฯ ทั้งหลายทั้งปวงดังกล่าวนี้คือแนวสัมผัสผูกพันทางอารมณ์ วิธีพิสูจน์ง่ายๆ คือ ถ้าบุคคลผู้นั้นไปต่างประเทศ และหยิบหนังสือแผนที่เล่มใหญ่ ซึ่งมีประเทศต่างๆ ในโลกขึ้นมาเปิดดู ถ้าบุคคลผู้นั้นพยายามพลิกไปหาประเทศไทยนั่นคือความผูกพันที่มีต่อประเทศไทย หรือในกรณีที่ยืนอยู่หน้าสหประชาชาติ ซึ่งมีธงชาติของประเทศสมาชิกสะบัดเป็นทิวแถว บุคคลผู้นั้นที่เป็นคนไทยก็อาจจะมองธงชาติไทยว่าปลิวสะพัดอยู่ที่ใด นั่นคือแนวสัมผัสผูกพันทางอารมณ์
       
       3. แนวสัมผัสการประเมิน และพฤติกรรม (evaluative orientations and behavior) ถ้าแนวสัมผัสการเรียนรู้ และผูกพันทางอารมณ์ปฏิเสธเผด็จการ เมื่อมีความพยายามที่จะยึดอำนาจโดยรัฐบาลเผด็จการ ก็จะประเมิน และมีพฤติกรรมแสดงการต่อต้านขึ้น การกล่อมเกลาเรียนรู้ในส่วนนี้อาจจะเกิดจากการปลุกเร้าทางการเมือง เช่น การต่อต้านเผด็จการทุกรูปแบบ หรือการพยายามสถาปนาสังคมคอมมิวนิสต์ขึ้นให้สมบูรณ์แล้วแต่ว่าตนจะถูกกล่อมเกลาไปในทางใด
       
       กระบวนการ 3 ขั้นตอนดังกล่าวนี้จะมีสถาบันสังคมเป็นผู้ทำหน้าที่เริ่มตั้งแต่ในครอบครัว ครอบครัวใดที่มีความเป็นประชาธิปไตย ให้โอกาสลูกๆ แสดงความคิดเห็น ขณะเดียวกันก็กล่อมเกลาให้เห็นข้อดีข้อเสียของระบบประชาธิปไตยรวมทั้งระบบเผด็จการจนเกิดการผูกพันทางอารมณ์ และผลสุดท้ายก็จะนำไปสู่การตัดสินใจของสมาชิกในครอบครัวนั้น ในทางการเมืองนอกจากครอบครัวแล้ว โรงเรียน สถาบันศาสนา องค์กรในสังคม และสังคมทั่วไป ก็จะมีส่วนทำหน้าที่ดังกล่าวทั้งสิ้น ประเด็นก็คือ ถ้าสถาบันสังคมต่างๆ ที่กล่าวมาแล้วมีกระบวนการกล่อมเกลาเรียนรู้ที่สอดคล้องกัน (consonant) ก็จะไม่เกิดปัญหา แต่ถ้ามีลักษณะขัดแย้งกัน เช่น โรงเรียน และครอบครัวสอนคนละอย่างก็จะมีลักษณะที่เรียกว่าเกิดการไม่ราบเรียบของกระบวนการกล่อมเกลาเรียนรู้ (dissonant)
       
       ที่กล่าวมานั้นคือกระบวนการกล่อมเกลาเรียนรู้ทางการเมืองในภาคการอบรมสั่งสอนหรือการกล่อมเกลาเรียนรู้ แต่ยังมีอีกส่วนหนึ่งคือภาคการปฏิบัติ เช่น การมีส่วนร่วมในทางการเมืองโดยตรงโดยการร่วมเดินขบวนต่อต้านประท้วง หรือโดยการมีส่วนร่วมเป็นขบวนการในฐานะประชาชนผู้รับผิดชอบ สมาชิกพรรคการเมือง องค์กรเอกชน ทั้งหลายทั้งปวงดังกล่าวนี้คือการกล่อมเกลาเรียนรู้จากการปฏิบัติ
       
       ข้อสังเกตคือ สภาวะทางการเมืองเมื่อสองปีที่ผ่านมาได้มีกระบวนการกล่อมเกลาเรียนรู้อย่างขนานใหญ่ ทั้งในฝ่ายที่เป็นกลุ่มที่เรียกว่า พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย และแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปก.) รวมตลอดทั้งกลุ่มที่ต่อต้าน และสนับสนุนโดยแบ่งเป็นฝักเป็นฝ่าย นี่คือตัวอย่างของกระบวนการทางการเมืองที่จะมีผลต่อการกล่อมเกลาเรียนรู้ ทั้งในแง่ทฤษฎีคือ การให้ข่าวสารข้อมูล ความคิดเห็นจากทุกฝ่าย ทั้งในแง่การปรากฏตัวการชุมนุมเป็นกลุ่ม จากวิทยุ หรือวิทยุโทรทัศน์ และในแง่การมีส่วนร่วมในการปฏิบัติ กระบวนการดังกล่าวนี้ย่อมจะส่งผลต่อวัฒนธรรมการเมือง ไม่ว่าจะเป็นรูปประชาธิปไตยหรือไม่ใช่ประชาธิปไตยก็ตาม แต่เป็นตัวอย่างของการกล่อมเกลาเรียนรู้ทางการเมือง
       
       การพัฒนาระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างจิตวิญญาณของความเป็นประชาธิปไตยขึ้นในหมู่ประชาชน โดยประชาชนจะเรียนรู้แนวสัมผัสต่างๆ จากสถาบันที่กล่าวมา รวมทั้งการมีโอกาสเลือกด้วยตนเอง คำถามที่สำคัญที่สุดคือ จากวัฒนธรรมสังคมที่มีอยู่โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลี้ยงลูกแบบจารีตประเพณี ที่อาจจะไม่เปิดโอกาสให้เด็กพัฒนาบุคลิกภาพด้วยตัวเองขึ้นมาในระดับหนึ่ง แต่จะถูกกำหนดเป็นความเชื่อที่ว่าเด็กดีควรเป็นอย่างไร นอกจากนั้นยังกำหนดด้วยการเลือกอาชีพให้กับบุตรหลานของตน ไม่ว่าจะเป็น หมอ วิศวะ นักกฎหมาย ทหาร และตำรวจ ฯลฯ จนคนจำนวนไม่น้อยไม่สามารถจะพัฒนาความเป็นตัวของตัวเอง หรืออาตมันปัจเจกภาพ (selfhood) เมื่อขาดอาตมันปัจเจกภาพการพัฒนาอาตมันทางการเมืองที่เป็นตัวของตัวเอง (political self) ในทางการเมืองจึงเกิดขึ้นได้ยาก
       
       เมื่อเป็นเช่นนี้จึงเป็นเรื่องไม่แปลกถ้าคนจำนวนไม่น้อยสามารถถูกปลุกเร้าเดินตามแนวของผู้ที่เก่งทางวาทศิลป์ได้จนกลายเป็นกระแสทางการเมืองได้ และนี่เป็นจุดอ่อนของสังคม ซึ่งคนส่วนใหญ่ขาดข่าวสารข้อมูล การศึกษาเล่าเรียนไม่มีการสอนให้รู้จักคิดวิเคราะห์จึงไม่เกิดความรู้ที่แท้จริง และกลายเป็นจุดอ่อนที่อาจจะถูกปลุกเร้าจนเกิดอารมณ์ผูกพัน มิได้ตัดสินใจด้วยตนเองแต่ถูกจูงโดยกระแส
       
       การพัฒนาระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยจึงมิได้อยู่เฉพาะการร่างรัฐธรรมนูญ การมีพรรคการเมือง การเลือกตั้ง การประชุมรัฐสภา การบริหารประเทศโดยฝ่ายบริหาร แต่จะต้องมีฐานรากที่สำคัญที่สุดนั่นคือวัฒนธรรมการเมืองแบบประชาธิปไตย ซึ่งมีคุณลักษณะตามที่ได้กล่าวมาแล้ว เช่น ความเชื่อเรื่องความเสมอภาค การเคารพในสิทธิเสรีภาพ การเคารพในหลักนิติธรรม การมีอาตมันปัจเจกภาพ และมีอาตมันทางการเมืองที่มีความอิสระเสรี ตัดสินใจด้วยตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยึดมั่นอยู่ในศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์
       
       ถนนไปสู่ประชาธิปไตยจึงไม่ใช่ถนนที่เรียบราบ จะต้องใช้เวลาในการพัฒนาโดยตัวแปรสำคัญที่สุดคือการศึกษา วัฒนธรรม และจิตสำนึกที่สอดคล้องกับโครงสร้าง และกระบวนการประชาธิปไตย หรือระบบประชาธิปไตยโดยคนจำนวนมากเชื่อว่าเป็นเป้าหมายสูงสุดของสังคมมนุษย์ในยุคโลกาภิวัตน์

 
 

  กระทู้ใหม่จากเว็บบอร์ด Boybdream Forum


Warning: mysql_fetch_array(): supplied argument is not a valid MySQL result resource in /home/boybdream/domains/boybdream.com/public_html/manager-news-content.php on line 163
หัวข้อ วันที่
   
[1.] [ภาคเหนือ] ชาวนาทวงซ้ำโรงสีค้างจ่ายค่าข้าว 180 ล้าน-ลั่นร่วม “พันธมิตรฯ” หลัง ส.ส.พปช.เมินช่วย [20 สิงหาคม 2551 15:57 น.]
[2.] [บทความ] เหตุเกิดที่จอร์เจีย [20 สิงหาคม 2551 17:38 น.]
[3.] [ข่าวต่างประเทศ] มะกันฮือฮา! แมว 4 หูแฝด “มาสเตอร์โยดา” โผล่ [20 สิงหาคม 2551 15:43 น.]
[4.] [พระบาท นามเมือง] เราอาจได้เหรียญทองเดียว [20 สิงหาคม 2551 15:30 น.]
[5.] [พรีเมียร์ลีก อังกฤษ] เมียแฉ!! เจอร์ราร์ดเจ้าสำอางทุกกระเบียดนิ้ว [20 สิงหาคม 2551 15:29 น.]
[6.] [ภาคเหนือ] หาม 150 เด็ก นร.จุฬาภรณ์ฯพิษณุโลกส่ง รพ.วุ่น-อาหารเป็นพิษ [20 สิงหาคม 2551 15:52 น.]
[7.] [ภาคใต้] วันแรกรถไฟฟรีสายใต้คึกคัก แต่ต้องเลื่อนเวลาเหตุรถตกราง [20 สิงหาคม 2551 15:40 น.]
[8.] [โอลิมปิก 2008] ไอโอซีเผย “ปักกิ่งเกมส์” ทำเรตติงทีวีสูงสุดในรอบ 112 ปี [20 สิงหาคม 2551 15:24 น.]
[9.] [ข่าวต่างประเทศ] แอลจีเรียเดือด! คาร์บอมบ์ 2 ครั้งซ้อนเล่นงาน 2 วันติดกัน [20 สิงหาคม 2551 15:34 น.]
[10.] [ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ] น้ำยังท่วมขังหลายพื้นที่ในหนองคาย-ระดมหน่วยแพทย์ตรวจรักษาโรค [20 สิงหาคม 2551 15:53 น.]

<ข่าวก่อนนี้ |
 
 
Back to Home Boybdream Webdesign
About us Boybdream Webdesign
Services Boybdream Webdesign
Clients Portdolio Boybdream Webdesign
Fags Boybdream Webdesign
Contact us Boybdream Webdesign
News & Activities Boybdream Webdesign
Articles by Boybdream Webdesign
Boybdream Forum
 
 ข่าวทั่วไป
 ข่าวการเมือง
 ข่าวภูมิถาค
 ข่าวต่างประเทศ
 ข่าวกีฬา
 ข่าวบันเทิง
 ข่าวเศรษฐกิจ
 ข่าวสุขภาพและการศึกษา
 ข่าวเกมส์
 ท่องเที่ยว
 สาระทั่วไป
 More

ไก่ชน

รับจัดทำเว็บไซต์
 
©2008 Boybdream.com เชียงใหม่ออกแบบเว็บไซต์ new clients,ผลงานใหม่ :
รับออกแบบเว็บไซต์
รับทำเว็บไซต์, ไก่ชน