 |
สำนักงานตั้งอยู่ที่ไหน ? |
| |
สำนักงาน
Home Office
ตั้งอยู่ที่ ฮิลด์ไซด์คอนโด 1 เลขที่ 85 ห้อง 202
ถ.สุเทพ ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50200
Tel : 053-811672
Mobile : 086-1842279 , 085-0413332
E-mail : oldgame@hotmail.com |
| |
|
 |
บริษัทเปิดให้บริการมานานกี่ปีแล้ว ? |
| |
บริษัทเริ่มเปิดให้บริการเมื่อเดือนมิถุนายน 2548 ภายใต้ชื่อ CmMenu |
| |
|
 |
ลูกค้าของเรา์ คือใคร ? |
| |
1. ธุรกิจ ทุกประเภท ไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็ก และเป็นธุรกิจที่ประกอบกิจการโดย ไม่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม
2. ธุรกิจ e-commerce / ธุรกิจออนไลน์
3. หน่วยงาน / สถาบัน / องค์กรรัฐ / รัฐวิสาหกิจ / NGO
4. โครงการต่างๆ
5. บุคคลทั่วไป
ทั้งที่อยู่ในประเทศไทยและต่างประเทศ ที่สามารถใช้สื่อเว็บไซต์ และอีเมล์เพื่อประโยชน์ทางการตลาด การประชาสัมพันธ์ เพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดี หรือ เพื่อทำธุรกิจซื้อ-ขายออนไลน์ |
| |
|
 |
BoybDream WebDesign สามารถทำอะไรให้ลูกค้าได้บ้าง ? |
| |
ให้บริการทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ และธุรกิจออนไลน์ ตั้งแต่การจดทะเบียนโดเมนเนม, เช่าพื้นที่เว็บไซต์, ออกแบบเว็บไซต์, พัฒนาโปรแกรมใช้งานในเว็บไซต์, อัพเดทข้อมูลในเว็บไซต์, ดูแลรักษาเว็บไซต์, โปรโมทเว็บไซต์, ออกแบบโลโก้บริษัท, ออกแบบโบรชัวร์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับทำ E-marketing เป็นต้น |
| |
|
 |
เว็บไซต์คืออะไร ประโยชน์ของมันมีอะไรบ้าง ? |
| |
1. เป็นสื่ออิเล็กทรอนิกส์ทางอินเตอร์เน็ต ที่ใช้เพื่อการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ การตลาด ให้ข้อมูลข่าวสาร และสร้าง ภาพลักษณ์ที่ดีแก่ธุรกิจและองค์กร
2. สามารถนำมาใช้เป็นร้านค้าออนไลน์เพื่อจำหน่ายสินค้า / บริการ
3. มีประสิทธิภาพเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ทั่วโลก
4. เสียค่าใช้จ่ายในการผลิตต่ำกว่าสื่ออื่นๆ แต่มีอายุการใช้งานยาวนานกว่า สามารถอัพเดทเปลี่ยนแปลงได้ง่าย
5. กลุ่มเป้าหมายสามารถเข้าถึงสื่อได้โดยสะดวกและรวดเร็วผ่านอินเตอร์เน็ตได้ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง |
| |
| |
 |
 |
| |
 |
ธุรกิจหรือองค์กรโดยทั่วไปเขาทำเว็บไซต์ไปเพื่ออะไร ? |
| |
1. เพื่อประชาสัมพันธ์ (Public Relations) และให้ข้อมูลข่าวสาร (Information) เกี่ยวกับธุรกิจ/องค์กรไปยังกลุ่มเป้าหมาย ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
2. เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของธุรกิจ/องค์กร (Corporate Image) ด้วยเว็บไซต์ที่ออกแบบได้อย่างสวยงามและบ่งบอกถึงเอกลักษณ์ (Identity) ของธุรกิจ/องค์กรได้เป็นอย่างดี
3. เพื่อเพิ่มช่องทางที่ทันสมัยในการติดต่อสื่อสาร (Communication) กับลูกค้าของธุรกิจ/องค์กร
4. เพื่อนำไปใช้ในการทำการตลาดอิเล็กทรอนิกส์ (E-marketing)
5. เพื่อเพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจ
6. ต้องการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทั้งในประเทศและในต่างประเทศ (National - International Access) โดยเสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด
7 . เพื่อใช้เว็บไซต์เป็นร้านค้าออนไลน์ที่จำหน่ายสินค้า/บริการทางอินเตอร์เน็ต (E-commerce) |
| |
|
 |
เมื่อต้องการทำเว็บไซต์จะต้องใช้อะไรบ้าง ? |
| |
ก่อนการทำเว็บไซต์ ลูกค้าต้องสามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้ชัดเจน ซึ่งจะได้จากการประชุมกับลูกค้าก่อนการเสนอราคา
1. วัตถุประสงค์ ต้องการทำเว็บไซต์เพื่ออะไร
2. กลุ่มเป้าหมายผู้เข้าใช้เว็บไซต์เป็นใคร
3. ข้อมูลที่ต้องการนำเสนอในเว็บไซต์มีอะไรบ้าง
4. รูปแบบเว็บไซต์ที่ต้องการเป็นอย่างไร เช่น สไตล์, คอนเซ็ปท์, โทนสี, อารมณ์
5. งบประมาณที่กำหนดไว้สำหรับการพัฒนาเว็บไซต์ จำนวนเท่าไหร่
หลังจากทราบข้อมูลเบื้องต้นทั้ง 5 ข้อแล้ว ทางทีมงานจะนำข้อมูลที่ได้ไปออกแบบโครงสร้างเว็บไซต์ (Web Structure/Site Map) ที่จะทำให้ลูกค้าเห็นภาพรวมของเว็บไซต์ทั้งหมด พร้อมทั้งสามารถคำนวณราคาค่าออกแบบเพื่อเสนอให้ลูกค้าพิจารณา
ทั้งนี้โดยทั่วไป สิ่งที่ต้องใช้ในการพัฒนาเว็บไซต์ขึ้นมา 1 เว็บ ซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกค้าจะต้องเป็นผู้จัดเตรียมไว้ ก็คือข้อมูลที่เป็นรูปภาพและข้อความที่ต้องการนำเสนอตามโครงสร้างเว็บที่กำหนดไว้ ส่วนการออกแบบให้สวยงามและมีประสิทธิภาพในการใช้งาน เป็นหน้าที่ของฝ่ายออกแบบ ซึ่งหากมีข้อมูลที่พร้อมออกแบบ จะทำให้การทำงานรวดเร็วขึ้น |
| |
|
 |
โดเมนเนม .com และ .co.th ต่างกันอย่างไร ? |
| |
1. ดอทคอม ( .com ) เป็นดอทที่นิยมใช้กันทั่วโลก และง่ายต่อการจดจำ โดยส่วนใหญ่มักใช้กับเว็บไซต์ที่เป็นธุรกิจ/บริษัท/ทั่วไป ( .com ย่อมาจาก company) สามารถจดทะเบียนได้จากทุกที่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
2. . co.th เป็นชื่อโดเมนที่ต้องจดทะเบียนในประเทศไทยเท่านั้น โดยจะมีชื่อย่อของประเทศที่บอกให้รู้ว่าเว็บไซต์ที่ใช้โดเมนประเภทนี้เป็นเว็บไซต์ของบริษัทที่อยู่ในประเทศไทย ซึ่งการจดทะเบียนจะต้องใช้ชื่อบริษัทที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายในประเทศไทยเท่านั้น เช่น ชื่อบริษัท ABC จำกัด โดเมนเนม www.abc.co.th เป็นต้น (. co.th ย่อมาจาก .company.thailand)
3. ยังมีโดเมนประเภทอื่นๆ อีก ที่ถูกกำหนดขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์การใช้งานที่แตกต่างกันไป เช่น . org ย่อมาจาก organization สำหรับใช้กับองค์กรไม่แสวงผลกำไร, .go.th ย่อมาจาก .government.thailand ใช้กับหน่วยงานของรัฐบาลในประเทศไทย
4. นอกจากนี้ยังมี . biz (business), .net (network), .info (information) และอื่นๆ ที่ถูกกำหนดขึ้นมาในภายหลัง เนื่องจากจำนวนเว็บไซต์ที่เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลก ทำให้ชื่อโดเมนที่ต้องการอาจเกิดการซ้ำซ้อนกันมาก การใช้ชื่อดอทประเภทอื่นช่วยให้เราสามารถใช้ชื่อที่ต้องการได้ เช่น ต้องการโดเมน www.abc.com หรือ www.abc.co.th แต่มีผู้จดชื่อนี้ไปแล้ว ก็อาจจะเลี่ยงไปจด www.abc.biz ก็ได้ เป็นต้น |
| |
|
 |
การจดโดเมนเนมควรจะใช้ชื่ออะไรดี ? |
| |
ส่วนใหญ่จะใช้ชื่อของบริษัท ร้านค้า ชื่อตัวเอง หรือ ชื่อที่จะสื่อให้รู้ว่าเป็นเว็บไซต์เกี่ยวกับอะไร และจดจำได้ง่าย และสามารถจะจดโดเมนได้โดยไม่ซ้ำกับโดเมนที่มีอยู่แล้ว โดยทีมงานสามารถช่วยคิดชื่อและเช็คชื่อโดเมนที่ลูกค้าต้องการได้ว่าสามารถจดทะเบียนได้หรือไม่ |
| |
|
 |
เมื่อต้องการทำเว็บไซต์ จะต้องเสียค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่ ? |
| |
การมีเว็บไซต์ต้องเสียค่าใช้จ่ายในส่วนต่างๆ ดังนี้ (โดยประมาณ)
1. ค่าบริการจดทะเบียนโดเมนเนม หรือ จดชื่อเว็บไซต์ (Domain Name) 5% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด
2. ค่าบริการเว็บโฮสติ้ง หรือ เช่าพื้นที่เว็บไซต์ (Web Hosting) 20% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด
3. ค่าบริการออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ 75% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด
( Web structure/Site Map, Web Design & Development)
โดยแบ่งออกเป็นการออกแบบโครงสร้างเว็บไซต์, หน้าเว็บไซต์ (โฮมเพจและหน้าใน) และการออกแบบโปรแกรมใช้งานในเว็บไซต์ บางเว็บไซต์อาจใช้เฉพาะการออกแบบหน้าเว็บไซต์ HTML ธรรมดา แต่บางเว็บไซต์อาจจำเป็นต้อง ออกแบบโปรแกรมใช้งานร่วมด้วย ขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้า และลักษณะการใช้งานของเว็บไซต์นั้น ๆ
ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายสำหรับค่าโดเมนและโฮสติ้งจะไม่แตกต่างกันนักในแต่ละเว็บ แต่ค่าใช้จ่ายในการออกแบบและพัฒนาจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับขนาด (เนื้อหา) ของเว็บไซต์ และลักษณะการใช้งานของเว็บไซต์ โดยทั่วไปเว็บที่มีการออกแบบโปรแกรม หรือออกแบบด้วยเทคนิค Flash/Animation จะมีราคาสูงกว่าเว็บที่ออกแบบเป็น HTML ธรรมดา ค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ จะเริ่มต้นที่ประมาณ 10,000 บาทขึ้นไป ต่อ 1 เว็บไซต์ นอกจากนี้ ยังมีโปรโมชั่นบริการแบบแพ็คเกจ ในราคา 5,900 – 7,900 บาท ต่อ 1 เว็บไซต์ สำหรับเว็บไซต์ธุรกิจบางประเภท เช่น OTOP, ธุรกิจบริการ, ร้านอาหาร, บริษัททัวร์ เป็นต้น |
| |
 |
 |
| |
 |
โปรแกรมในเว็บไซต์ มีความจำเป็นอย่างไร ? |
| |
โปรแกรมในเว็บไซต์ จะช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์สะดวกในการอัพเดทแก้ไข / จัดการ / บริหาร เว็บไซต์ของตนเองได้ เช่น ลงข่าวสารต่างๆ ในเว็บไซต์, เพิ่ม/แก้ไข/เปลี่ยนแปลงข้อมูลรูปภาพสินค้าที่โชว์ในเว็บไซต์, ลงข้อมูลโปรโมชั่นสินค้าหรือบริการใหม่ๆ, ลงประกาศรับสมัครงาน เป็นต้น |
| |
|
 |
Flash/Animation คืออะไร มีความจำเป็นต้องใช้ในเว็บไซต์หรือไม่ ? |
| |
Flash/Animation เป็นเทคนิคพิเศษที่ทำให้เว็บไซต์มีภาพเคลื่อนไหว มีชีวิตชีวา ดึงดูดความสนใจผู้เข้าใช้เว็บไซต์ และยังเป็นการเพิ่มความสวยงามให้กับเว็บไซต์อีกด้วย ปัจจุบันได้รับความนิยมจากธุรกิจ/องค์กรที่ต้องการทำเว็บไซต์ทั่วไปอย่างมาก เนื่องจากเป็นการเพิ่มความน่าสนใจให้กับเว็บไซต์ของตนเอง อย่างไรก็ตาม การใช้ Flash/Animation จะขึ้นอยู่กับลักษณะของเว็บไซต์และความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก บางเว็บไซต์ก็อาจใช้เทคนิคนี้ในการออกแบบทั้งเว็บ แต่บางเว็บก็อาจใช้ในการออกแบบเว็บเพจบางหน้าเท่านั้น หรือบางเว็บไซต์ก็อาจจะไม่ใช้เทคนิคนี้เลยก็ได้แต่เน้นที่การออกแบบกราฟิคภาพนิ่งที่ดูสวยงามแทน
Flash/Animation อาจมีข้อเสียอยู่บ้างคือทำให้ต้องใช้เวลาในการโหลดหน้าเว็บนานกว่า แต่อย่างไรก็ดีปัจจุบันอินเตอร์เน็ตส่วนใหญ่ก็ใช้ความเร็วสูงกันหมดแล้ว และอีกประการหนึ่งก็คือเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้เข้าชมเว็บไซต์จะต้องมีโปรแกรม Macromedia Flash ในเครื่องด้วย เว็บไซต์จึงจะสามารถแสดงผลได้เต็มประสิทธิภาพ (แต่เครื่องคอมพิวเตอร์ใหม่ๆ ในปัจจุบันก็มักจะมีโปรแกรมนี้ติดมาด้วยอยู่แล้ว) |
| |
|
 |
กรณีที่ทำเว็บกับบริษัทไปแล้ว ต้องการเปลี่ยนแปลง / แก้ไข / อัพเดท / ดีไซน์เว็บใหม่ จะต้องเสียค่าใช้จ่ายอีกหรือไม่ ? |
| |
1. กรณีอัพเดท / แก้ไข / เปลี่ยนแปลง ข้อมูลในเว็บไซต์ เช่น ข้อความหรือรูปภาพ ลูกค้าจะได้รับบริการฟรี จำนวน 2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 4 จุด ต่อปี (1 จุด หมายถึง 1 รูปภาพ หรือ ข้อความ 1 ประโยค/ย่อหน้า) กรณีลูกค้าใช้บริการเกินกว่าที่กำหนด บริษัทฯ คิดค่าบริการขั้นต่ำ 200 บาท / ครั้ง ขึ้นอยู่กับจำนวนข้อมูลและระยะเวลาที่ต้องใช้ในการดำเนินงาน
2. แต่ในกรณีที่ลูกค้าต้องการดีไซน์ของเว็บไซต์ใหม่ (Redesign) ก็จะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ อัตราค่าบริการจะขึ้นอยู่กับโครงสร้างเว็บไซต์และดีไซน์ที่ต้องการ แต่สำหรับกรณีที่เป็นลูกค้าของบริษัทอยู่แล้ว ก็จะได้รับส่วนลดพิเศษในกรณีที่ต้องการดีไซน์เว็บใหม่
3 . ลูกค้าอาจเลือกใช้บริการ Web Maintenance กับบริษัทก็ได้ ในกรณีที่จะมีการอัพเดทข้อมูลในเว็บไซต์บ่อยครั้ง และเป็นประจำ สม่ำเสมอ โดยที่ลูกค้าไม่มีบุคลากรที่สามารถทำได้ ซึ่งจะมีค่าบริการเริ่มต้นที่ 2,000 บาท / เดือน ขึ้นอยู่ข้อตกลงในการใช้บริการแต่ละเว็บ เนื่องจากเว็บไซต์มีขนาดเล็กใหญ่ต่างกัน และความต้องการในการอัพเดทข้อมูลก็มากน้อยต่างกัน |
| |
|
 |
ภาษาที่สองในบริการ หมายความว่าอย่างไร ? |
| |
คือภาษาอื่น ๆ ที่ลูกค้ามีความต้องการที่จะจัดทำลงบนเว็บนอกเหนือจากภาษาที่กำหนดไว้ตั้งแต่แรก เช่น นอกจาก ทำเว็บไซต์เป็นภาษาไทยแล้ว ลูกค้ายังต้องการเว็บไซต์ที่เป็นภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส และญี่ปุ่น อีกด้วย เป็นต้น การคิด ค่าบริการในการออกแบบ ลูกค้าจะต้องเสียค่าบริการในการออกแบบเป็นภาษาอื่นเพิ่มจากภาษาแรกอีกภาษาละ 50 % ของค่าออกแบบ 1 ภาษา ทั้งนี้การคิดค่าบริการอาจคิดเป็นราคาเหมารวมก็ได้ ในกรณีที่เป็นเว็บไซต์หลายภาษา เพื่อให้ ลูกค้าสามารถใช้บริการได้ในอัตราค่าบริการที่ไม่สูงเกินไป |
| |
|
 |
เราจะทราบได้อย่างไรว่ามีคนเข้ามาดูเว็บไซต์จำนวนเท่าไหร่ ? |
| |
ทราบได้โดยการติดตั้งโปรแกรมตรวจสอบสถิติผู้เข้าชมไว้บนเว็บไซต์ |
| |
|
 |
ทางบริษัทมีบริการถ่ายภาพสินค้า / สถานที่ ให้กับลูกค้าหรือไม่ ? |
| |
บริษัทไม่มีบริการด้านนี้ให้ แต่เราสามารถช่วยจัดหาช่างภาพมืออาชีพที่เชื่อถือได้ให้กับลูกค้า โดยลูกค้าจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนนี้เอง ไม่รวมกับค่าใช้จ่ายในการใช้บริการพัฒนาเว็บไซต์
(รับจัดหาช่างภาพ ภายในเขตจังหวัดเชียงใหม่และเขตรอบนอกเท่านั้น) |
| |
|
 |
เมื่อทำเว็บไซต์แล้ว ในปีต่อๆ ไป ลูกค้าจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเท่ากับที่จ่ายครั้งแรกหรือไม่ ? |
| |
โดยปกติแล้ว อายุการใช้งานโดเมนเนมและโฮสติ้ง จะมีอายุอย่างต่ำ 1 ปี กรณีที่ลูกค้าชื้อบริการ 1 ปี ในปีต่อไปลูกค้าจะต้องเสียค่าใช้จ่ายสำหรับการต่ออายุโดเมนเนมและโฮสติ้งอีกครั้ง โดยฝ่ายบริการลูกค้าจะแจ้งให้ลูกค้าทราบกำหนดวันหมดอายุและชำระเงิน ล่วงหน้า 30 วัน ส่วนค่าใช้จ่ายด้านการออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์เป็นการจ่ายเฉพาะครั้งแรกที่ซื้อบริการเท่านั้น |
| |
|
 |
ลูกค้าจะมั่นใจได้อย่างไรว่าบริษัทจะดูแลเว็บให้ลูกค้าได้ตลอด ? |
| |
ดูได้จากประวัติการให้บริการ, มีการทำสัญญาว่าจ้างในการทำเว็บ และให้การดูแลแก้ปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นให้กับลูกค้าตลอดอายุการใช้บริการ รวมถึงความเชื่อมั่นในบริษัทซึ่งมีที่ตั้งสำนักงานที่ชัดเจน เป็นบริษัทที่มีสถานภาพจริงและจดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย |
| |
 |